e-Tax Invoice by Email กับ e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

e-Tax-Invoice-by-Email กับ-e-Tax-Invoice-&-e-Receipt-คืออะไร?

บทนำ

ปัจจุบัน กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบ e-Tax เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น e-Tax Invoice by Email และ e-Tax Invoice & e-Receipt

แม้ว่าทั้งสองระบบจะเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเงื่อนไข วิธีการใช้งาน และการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

e-Tax Invoice by Email กับ e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร? มาดูกันครับ

Table of Content : สารบัญ

1. e-Tax Invoice by Email คืออะไร?

2. e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

3. ความแตกต่างระหว่าง e-Tax Invoice by Email และ e-Tax Invoice & e-Receipt

4. เลือกระบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

5. วิธีเริ่มต้นใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipt

6. สรุป

1. e-Tax Invoice by Email คืออะไร?

e-Tax Invoice by Email เป็นวิธีการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ธุรกิจสามารถส่งเอกสารให้ลูกค้าทาง อีเมล โดยไม่ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากร แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

เงื่อนไขสำคัญของ e-Tax Invoice by Email

  • ใช้สำหรับธุรกิจที่มีรายได้ ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
  • ใบกำกับภาษีต้องเป็นไฟล์ PDF/A-3 ที่ฝังไฟล์ XML ตามมาตรฐานของกรมสรรพากร
  • ต้องมี Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) เพื่อป้องกันการปลอมแปลง
  • ต้องส่งเอกสารให้ลูกค้าทาง อีเมล เท่านั้น
  • ไม่ต้องส่งไฟล์ให้กรมสรรพากรโดยตรง (ยกเว้นกรณีถูกตรวจสอบ)

ข้อดีของ e-Tax Invoice by Email

✅ ใช้งานง่าย ไม่ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากร
✅ ลดค่าใช้จ่ายเรื่องกระดาษและค่าจัดส่ง
✅ ลูกค้าสามารถรับใบกำกับภาษีผ่านอีเมลได้ทันที

ข้อเสียของ e-Tax Invoice by Email

❌ ใช้ได้เฉพาะธุรกิจที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
❌ ไม่รองรับการส่งข้อมูลอัตโนมัติไปยังกรมสรรพากร

อ่านเพิ่มเติม: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในไทย: สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

อ่านเพิ่มเติม: ภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย: สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

2. e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

e-Tax Invoice & e-Receipt เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถออก ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และ ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ในรูปแบบดิจิทัล และต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

เงื่อนไขสำคัญของ e-Tax Invoice & e-Receipt

  • ใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท ไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้
  • ใบกำกับภาษีต้องอยู่ในรูปแบบ XML หรือ PDF/A-3
  • ต้องมี Digital Signature เพื่อรับรองความถูกต้อง
  • ต้องส่งเอกสารให้ลูกค้า ผ่านระบบออนไลน์ อีเมล หรือแพลตฟอร์มอื่น
  • ต้องส่งข้อมูลใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินให้ กรมสรรพากรทุกเดือน

ข้อดีของ e-Tax Invoice & e-Receipt

✅ รองรับธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
✅ สามารถใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษได้อย่างสมบูรณ์
✅ ลดภาระการจัดเก็บเอกสาร และเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบ

ข้อเสียของ e-Tax Invoice & e-Receipt

❌ ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากรก่อนใช้งาน
❌ ต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรทุกเดือน

อ่านเพิ่มเติม: นิติบุคคล: สรุปประเด็นบัญชีและภาษีสำหรับนักขายออนไลน์ E-Commerce

3. ความแตกต่างระหว่าง e-Tax Invoice by Email และ e-Tax Invoice & e-Receipt

รายการ e-Tax Invoice by Email e-Tax Invoice & e-Receipt
เหมาะสำหรับ ธุรกิจที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ทุกธุรกิจ (ไม่มีข้อจำกัดรายได้)
วิธีการส่งเอกสาร ส่งให้ลูกค้าทางอีเมลเท่านั้น ส่งให้ลูกค้าผ่านอีเมล หรือแพลตฟอร์มออนไลน์
ต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ไม่ต้องส่ง (ยกเว้นถูกตรวจสอบ) ต้องส่งข้อมูลทุกเดือน
รูปแบบไฟล์ PDF/A-3 (ฝัง XML) XML หรือ PDF/A-3
ต้องมี Digital Signature ✅ ใช่ ✅ ใช่
ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากร ❌ ไม่ต้องลงทะเบียน ✅ ต้องลงทะเบียนก่อนใช้

4. เลือกระบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

✅ เลือก e-Tax Invoice by Email หาก…

  • ธุรกิจของคุณมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
  • ต้องการระบบที่ ง่าย ไม่ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากร
  • ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสารกระดาษ

✅ เลือก e-Tax Invoice & e-Receipt หาก…

  • ธุรกิจของคุณมีรายได้ เกิน 30 ล้านบาทต่อปี หรือคาดว่าจะขยายในอนาคต
  • ต้องการใช้ ระบบที่เป็นทางการและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
  • ต้องการให้เอกสารมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ง่าย

อ่านเพิ่มเติม Virtual Office ออฟฟิศเสมือน

5. วิธีเริ่มต้นใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipt

1. ลงทะเบียนกับกรมสรรพากร

  • เข้าไปที่ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร
  • กรอกข้อมูลธุรกิจและยื่นคำขอใช้งาน

2. ใช้ซอฟต์แวร์ที่รองรับ e-Tax Invoice & e-Receipt

  • ใช้ระบบบัญชีหรือ ERP ที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ XML หรือ PDF/A-3
  • ตรวจสอบว่าระบบรองรับ Digital Signature

3. ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรทุกเดือน

  • ธุรกิจต้องส่งเอกสาร e-Tax Invoice & e-Receipt ไปยังกรมสรรพากรทุกเดือนตามข้อกำหนด

อ่านเพิ่มเติม: ภาษีกับธุรกิจอาหาร

6. สรุป

  • e-Tax Invoice by Email เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี และต้องการระบบที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากร
  • e-Tax Invoice & e-Receipt เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายได้สูง ต้องการความน่าเชื่อถือ และต้องการจัดเก็บเอกสารในระบบดิจิทัลที่เป็นทางการ

✅ หากคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กและต้องการระบบง่ายที่สุด → เลือก e-Tax Invoice by Email
✅ หากคุณต้องการระบบที่รองรับการขยายตัวของธุรกิจ → เลือก e-Tax Invoice & e-Receipt

การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจของคุณ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานของกรมสรรพากร

หากคุณไม่มั่นใจในการคำนวณภาษีหรือจัดการบัญชีอย่างถูกต้อง

สำนักงานบัญชีกรุงเทพ (2009) ยินดีที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่ง ให้คุณได้ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลบัญชี-ภาษีของคุณ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำผิดกฎหมาย และช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจ ติดต่อเราได้ครับ